‘ฮิลล์คอฟฟ์’ มากกว่ากาแฟ

HK 1

 

เรื่อง - สาลินีย์ ทับพิลา

ของเหลือจากธุรกิจกาแฟสร้างตลาดใหม่ในกลุ่มซูเปอร์ฟู้ดให้ “ฮิลล์คอฟฟ์” ที่ขยับตัวสู่ธุรกิจนวัตกรรมโดยจัดแบ่ง 2% ของรายได้ทำวิจัยเปลี่ยนเปลือกกาแฟให้เป็น “ชาเชอร์รี่กาแฟ” ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณสูง คว้ารางวัล NSP Innovation 2015 ประเภทกระบวนการนวัตกรรม สำหรับนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ


นวัตกรรมจะเปลี่ยนมุมมองของกาแฟให้เป็นซูเปอร์ฟู้ด ทำให้มูลค่ากาแฟเพิ่มเป็นเท่าตัว ทั้งเป็นบันไดนำประเทศไทยสู่ความเป็นฮับด้านกาแฟ และที่สำคัญยังเป็นแนวป้องกันคู่แข่งที่กำลังเข้ามาอย่างเวียดนาม ลาว พม่า

 

เสริมแกร่งให้กาแฟ

ฮิลล์คอฟฟ์เป็นธุรกิจที่มีอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟครบวงจรเพื่อสนับสนุนธุรกิจกาแฟ หากแต่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเมื่อกาแฟสดกลายเป็นเทรนด์ จึงต้องมองหาจุดต่าง “นฤมล ทักษอุดม” กรรมการผู้จัดการบริษัท ชาวไทยภูเขา (ฮิลล์คอฟฟ์) จำกัด ใช้ความเป็นอดีตนักวิจัยมองข้ามไปอีกขั้นโดยนำงานวิจัยมาช่วยเสริมธุรกิจ พร้อมทั้งเดินเข้าหา สวทช.ภาคเหนือ


“จากระบบบำบัดกลิ่นและควันที่ช่วยลดมลภาวะจากฝุ่นและควันของโรงคั่วสู่ชุมชน นำเราไปสู่งานวิจัยอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งกล่องควบคุมกาแฟ เครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้กระบวนการทำงานเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เรามองว่า งานวิจัยทำได้มากกว่าโดยเฉพาะการทำงานที่ลึกขึ้น” นฤมลกล่าว


เปลือกกาแฟเชอร์รี่ที่เคยเป็นของเหลือทิ้งเน่าเหม็น สร้างมลพิษทางกลิ่นนั้น มีงานวิจัยต่างประเทศเกี่ยวกับการทำชาจากเปลือกกาแฟด้วยวิธีการตากแห้งธรรมดา ในขณะเดียวกันก็มีอีกงานวิจัยที่พบสารอาหารที่มีประโยชน์จากเปลือกกาแฟ เธอจึงหอบข้อมูลไปหารือนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพะเยา และสิ่งที่ได้กลับมาคือ “ชาเชอร์รี่กาแฟ”


ชาเชอร์รี่กาแฟ เป็นการนำเปลือกกาแฟเชอร์รี่ไปทำแห้งด้วยเทคนิคไมโครเวฟฟรีซดราย ซึ่งเป็นกระบวนการที่รักษาสารอาหารได้มากที่สุด เบื้องต้นพบสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง หลังจากจดสิทธิบัตรและได้รับรางวัล NSP Innovation จากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ได้เปิดตัวผ่านงานแฟร์ที่ฮ่องกง ซึ่งการตอบรับดี


“เรายังมองหาสินค้าที่มีมูลค่ามากกว่า จึงจับมือกับนักวิจัยเพื่อพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์อื่นต่อไปอีกหลายโครงการ” นฤมลกล่าวและว่า กาแฟเป็นมากกว่าแค่เมล็ดกาแฟ เพราะเมื่อศึกษาเชิงลึกพบคุณสมบัติที่น่าสนใจมากมาย

 

ธุรกิจฐานวิจัย

ฮิลล์คอฟฟ์สนับสนุนการวิจัยกาแฟและพบฤทธิ์ต้านคลอเลสเตอรอล สารสำคัญในกาแฟมีฤทธิ์ยับยั้งคลอเลสเตอรอลไม่ให้ดูดซึมผ่านเซลล์ในลำไส้ และต่อยอดเกิดเป็นโครงการวิจัยย่อย อาทิ ตัวยับยั้งเมลานีนที่จะประยุกต์เป็นเครื่องสำอางจากกาแฟเชอร์รี่ หรือฤทธิ์ต้านเบาหวาน


ในขณะเดียวกันก็พัฒนาเครื่องดื่มใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น กาแฟข้าวหอมที่ใช้การนำพากลิ่นข้าวหอมมะลิไปยังเมล็ดกาแฟคั่ว หรือความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนารสชาติชาเชอร์รี่ด้วยการอบสมุนไพร เกิดเป็นชาต้มยำซึ่งวางตลาดมาแล้ว 2 ปี กำลังการผลิตทำได้ปีละ 400 กิโลกรัม แต่ความต้องการสินค้ามีสูงถึง 15 ตันต่อปี ทำให้อยู่ระหว่างยื่นขอทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต แต่เปลือกกาแฟเชอร์รี่ก็ยังมีอีกมาก หรือสูงถึง 400 ตันต่อปี ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเป็นชาต้มข่า


“นวัตกรรมทำให้เราก้าวล้ำไปกว่าคนอื่น ฮิลล์คอฟฟ์จึงมีห้องปฏิบัติการและทีมวิจัย พร้อมกับเปิดกว้างให้นักศึกษาฝึกงานมาทำงานวิจัยโดยเฉพาะ เป็นการเสริมความแข็งแกร่งและเปิดโอกาสให้ได้ทำงานจริง โดยมีเป้าหมายให้เกิดผลิตภัณฑ์จากการวิจัยพัฒนา 2 ชิ้นต่อปี ที่สำคัญคือการมองข้ามช็อตไปสู่การสร้างศูนย์การเรียนรู้กาแฟ” นฤมลกล่าว


ศูนย์การเรียนรู้กาแฟจะอยู่ภายในโรงงานใหม่ที่จะเปิดปลายปีนี้ นอกจากให้ข้อมูลเกี่ยวกับกาแฟ ยังเป็นเวทีโชว์นวัตกรรมทั้งหมด และเป็นศูนย์กลางสำหรับดีลเลอร์ ลูกค้ารวมถึงนักท่องเที่ยวอีกด้วย

 

ที่มา : http://eureka.bangkokbiznews.com/detail/634036

f t g

Link ที่เกี่ยวข้อง

โครงการเกษตรที่สูงชาวไทยภูเขา
 เลขที่ 66 ต. ศรีภูมิ อ.เมือง
จ.เชียงใหม่   50200
Tel   053 - 231029, Fax 053 - 412213

มือถือ : 091-0762078 , 087-1824101
e mail : coffeethai
@hillkoff.com
website :
www.coffeethai.org, www.thaicoffeelab.org, www.hillkoff.com
 


Copy Right © 2015 HILLKOFF COMPANY

MY Stat Counter
Misc Stats icon

joomla site stats